รับทําเว็บไซต์ รับทําseo
บทความที่น่าสนใจ

บทความ ที่น่าสนใจ

15 คำศัพท์ต้องรู้ วิธีทำโฆษณา Facebook ให้ถูกที่สุด !!!

    วิธีทำโฆษณา Facebook ให้ถูกที่สุด คุณจะต้องเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้ก่อน จะจ้าง Agency ทำโฆษณา หรือจะทำโฆษณา Facebook ด้วยตัวเอง คุณต้องรู้คำศัพท์สำคัญๆเหล่านี้ เพราะมันอาจช่วยคุณจ่ายค่าโฆษณาถูกลงก็ได้ครับ

    1. Boost post
    Boost Post  เป็นการส่งเสริมโพสต์ให้คนอื่นมองเห็น ซึ่งก็คือ การโปรโมทโพสต์นั่นเอง และเมื่อก่อนก็เรียกตรงๆ ว่า Promote Post  แต่ปัจจุบันเรียกว่า  Boost Post ส่งเสริมโพสต์ ซึ่งวัตถุประสงค์ก็ยังคงเดิมนั่นเอง คือ เป็นการทำให้แฟนเพจที่ตามกด like เพจของคุณได้เห็นโพสต์ที่คุณโพสต์ ทั้งนี้เพื่อนของแฟนเพจก็มีโอกาสได้เห็นโพสต์นั้นๆ ด้วย ทั้งนี้โดยมีรายละเอียดเจาะจงตามที่กำหนดไว้ เช่น เพศ ช่วงอายุ และ สิ่งที่ชื่นชอบ

    2. Engagement
    เป็นตัวเลขที่แสดงผลคนที่เห็นโพสต์หรือโฆษณาของเรา รวมถึงปฏิกิริยาที่เขามีไม่ว่าจะเป็นการ Like, Share หรือ Comment ซึ่งตัวเลขนี้แหล่ะทำให้คนทำคอนเท้นต์ หรือคิดเรื่องนั้นๆ ขึ้นมาชุ่มชื้นหัวใจได้เลยว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจต่อกลุ่มคน

    3. Ads Manager
    เป็นเครื่องมือที่เราใช้ในการสร้างและบริหารจัดการโฆษณาบน Facebook

    4. Power editor
    เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อสร้างและบริหารจัดการโฆษณาบน Facebook เช่นเดียวกับ Ads Manager แต่จะเสริมมาด้วย Features ที่ช่วยให้ทำงานโฆษณาสเกลใหญ่ๆได้สะดวกกว่า พูดง่ายๆว่ามันคือขั้นกว่าของ Ads Manager และมักจะใช้กันในเอเจนซี่และบริษัทที่ต้องทำโฆษณาปริมาณมากๆ

    5. Reach
    ตัวเลขที่คนมองเห็นหรือเข้าถึงโพสของเรา โดย 1 คนนับเป็น 1 ครั้งเท่านั้น

    6. Paid Reach
    คือจำนวนคนที่เห็นโฆษณา ด้วยการจ่ายเงิน เป็นการเข้าถึงผู้ใช้แบบจ่ายเงิน

    7. Organic Reach
    คือตัวเลขของคนที่เห็นโฆษณาเราโดยวิธีทั่วไป โดยที่เราไม่ต้องจ่ายเงินออกไปเลย เป็นการเข้าถึงผู้ใช้แบบธรรมชาติ

    8. Carousel
    หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Multi product Ads เป็นโฆษณารูปแบบที่จะรวมเอารูปภาพหลายๆภาพมาไว้ในโฆษณาชิ้นเดียวกัน และผู้ใช้สามารถที่เลื่อนเพื่อดูภาพถัดไปได้dpa-example1

    9. Impression
    จำนวนครั้งทั้งหมดที่โฆษณาถูกโหลดขึ้นมาแสดง ตรงนี้จะแตกต่างกับ Reach ซึ่งมือใหม่หลายๆคนมักจะเข้าใจผิด Impression ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ Reach เพราะหนึ่งคนสามารถเห็นโฆษณาได้หลายครั้ง

    10. CTR
    คือจำนวน Clicks ทั้งหมดหารด้วยจำนวน Impression ทั้งหมด ยิ่ง CTR มีค่าเยอะยิ่งแสดงว่าโฆษณาสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้คลิกได้มาก (มี Engagement สูง) แต่ถ้า CTR มีค่าน้อยแสดงว่าโฆษณาอาจจะยังไม่โดนใจหรือยังไม่ดึงดูดมากพอที่ผู้ใช้จะคลิก (มี Engagement ต่ำ)

    11. Relevance Score
    เป็นคะแนนที่บอกว่าโฆษณาที่เราซื้อไปนั้นสัมพันธ์และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน
    หากเราได้คะแนนส่วนนี้มากก็แสดงว่าโพสของเราตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากนั่นเอง และถ้าคะแนนยิ่งสูง ค่าโฆษณาก็จะยิ่งถูกลงด้วย

    12. Frequency
    จำนวนครั้งทั้งหมดที่ผู้ใช้เห็นโฆษณาของเรา เช่นเห็นโฆษณาครั้งแรกตอน 9 โมงเช้าหลังจากนั้นผู้ใช้คนเดิมเห็นโฆษณาอีกครั้งตอนบ่าย 2 และมาเห็นอีกครั้งตอน 3 ทุ่มในกรณีนี้ Frequency จะเท่ากับ 3 คือเห็นโฆษณาทั้งหมด 3 ครั้ง ในการคิด Frequency ของ Facebook จะนำเอา Impression มาหารด้วย Reach

    13. CPM (Cost Per Mille) – Cost Per Thousand Impression
    คือราคาโฆษณาต่อ 1,000 Impression (ราคาต่อการแสดงโฆษณา 1 พันครั้ง)

    14. CPC (Cost Per Click)
    คือราคาโฆษณาต่อ 1 Click (ราคาต่อการคลิกที่โฆษณา 1 ครั้ง)

    15. Viral
    การที่โพสของเราถูกแชร์ต่อๆ กันไปอย่างแพร่หลาย กระจายไปในอินเทอร์เน็ตภายในเวลาอันรวดเร็ว

    ถ้าคุณสนใจจะจ้างบริษัท Digital Agency ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านของ Digital (Inbound) Marketing เพื่อติดปีกให้ธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์ สามารถปรึกษาและพูดคุยกับพวกเรา Softmelt ได้เลยค่ะ 

    ---------------------------------------------------
     สนใจบริการ รับทำเพจ ตกแต่งแฟนเพจราคาถูก รับตกแต่งแฟนเพจ ทำเว็บไซต์ร้านค้า โปรโมทโฆษณาแฟนเพจ ติดหน้าแรกกูเกิ้ล
    สนใจติดต่อ
     Line : softmelt
    ☎️086 394 0954
    ☎️095 904 0254

     Website: https://www.softmelt.com/facebook.php