6 ขั้นตอนวิธีทำ Responsive Web Design !!!

 เอาล่ะครับ ตอนนี้ทุกคนคงรู้จัก Responsive Web Design มากขึ้นแล้ว ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันเลยครับ ผมจะสรุปขั้นตอนการทำ Responsive Web Design มาเป็นข้อๆ ลองค่อยๆ ทำความเข้าใจแล้วทำตามดูนะครับ
 

1. ออกแบบให้เรียบง่าย

หากคิดจะทำ Responsive Web Design สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ การออกแบบเว็บไซต์ให้เรียบง่ายที่สุดครับ อะไรที่ตัดได้ หรือไม่จำเป็น อย่าใส่เข้าไป เช่น Flash หรือ Effects ต่างๆ (เช่น Parallax เป็นต้น) รวมไปถึงการเขียน html ให้ clean ที่สุด ให้เราเขียนเฉพาะ html elements ที่จำเป็นเท่านั้น ส่วน style sheets ก็ให้ละการใช้แบบ inline ครับ
 
ในขั้นตอนนี้ เราต้องทำความเข้าใจกับทาง Business หรือทางผู้บริหารด้วยครับ หลายๆ คน รู้แค่ว่า Responsive Web Design จะทำให้เว็บไซต์ออกมาดูดีใน Devices ต่างๆ แต่ไม่รู้ข้อจำกัดของมัน จึงคาดหวังว่ามันจะต้องทำอย่างนั้นได้นะ อย่างนี้ได้นะ เราต้องตกลงกับพวกเค้าก่อนครับ อธิบายให้เค้าเข้าใจ บอกเค้าว่าส่วนนี้ทำได้นะ ส่วนนี้ทำไม่ได้นะ ติดอะไรตรงไหนก็ว่าไปครับ
 
เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว ให้เราคิดรายการเนื้อหาทั้งหมด ที่เราตั้งใจจะใส่ลงไปในเว็บไซต์ของเราครับ ณ จุดนี้ เรายังไม่ต้องสนใจนะครับ ว่าเนื้อหาส่วนนี้ ต้องการจะให้แสดงบน devices ไหน หลังจากได้รายการเนื้อหาทั้งหมดแล้ว ให้เราเขียนหัวข้อของเนื้อหาเหล่านั้นลงบนกระดาษโพสต์-อิท ครับ
 

2. เริ่มที่หน้าจอเล็กสุดก่อนเสมอ

เอาละครับ ตอนนี้เรารู้แล้วว่า เราต้องออกแบบให้เรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเรายังมีรายการของเนื้อหาทั้งหมด ที่ต้องการจะใส่ลงไปในเว็บไซต์ของเรา ขั้นตอนต่อมา ให้เราเริ่มออกแบบสำหรับหน้าจอที่เล็กที่สุดก่อนครับ(Mobile-First) ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ เพราะถือเป็นรากฐานของเว็บไซต์เราเลย ความยากของขั้นตอนนี้อยู่ตรงที่ คนทั่วไปมักจะติดภาพของการออกแบบสำหรับ PC ครับ ซึ่งผมไม่แนะนำให้เริ่มออกแบบสำหรับ PC ก่อนเพราะจะทำให้เราเขียนโค้ดได้ลำบากกว่า และมีโอกาสที่จะเกิดการซ้ำซ้อนของโค้ดมากกว่าด้วยครับ
 
เทคนิคง่ายๆ ของขั้นตอนนี้คือ ให้เราลืม PC ไปเลยครับ ไม่ต้องสนใจมัน แล้วหันมาโฟกัสกับหน้าจอเล็กๆ ความกว้างประมาณ 300px ลองนึกดูครับ ว่าที่หน้าจอเล็กขนาดนี้ เราควรออกแบบ User Interface อย่างไร ที่จะทำให้ User ใช้งานง่ายมากที่สุด อะไรที่ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าใส่ครับ เช่น โฆษณา เป็นต้น ขั้นตอนนี้ ค่อนข้างยาก และท้าทายมากครับ ให้เราออกแบบอย่างพิถีพิถันให้มากที่สุด
 
ผมแนะนำตัวช่วยในการออกแบบง่ายๆ ครับ คือให้เราวาดกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาอันนึง ลงบนกระดาษ ให้มีความกว้างประมาณความกว้างของ iPhone4(5×7.5 cm) ครับ ทีนี้ให้เราลองนำกระดาษโพสต์-อิท ที่เราได้เขียนเนื้อหาเตรียมไว้ มาลองจัดวางลงบนกรอบนั้นครับ แล้วลองสมมติตัวเราเองเป็นผู้ใช้งานที่ไม่เคยเข้าเว็บไซต์นี้มาก่อน การวางตำแหน่งของเนื้อหาแบบนี้ เราจะเข้าใจมั้ย ใช้งานได้ง่ายมั้ย ให้เราปรับจนกว่าจะพอใจครับ 
 
เมื่อเราได้ร่างภาพหน้าตาของเว็บไซต์บนจอเล็กๆ มาแล้ว ให้เราลงมือเขียน html ครับ ขั้นตอนนี้ เราไม่ต้องหันไปมองภาพที่เราร่างไว้เลยครับ แต่ให้เรานึกว่ามันมีเนื้อหาอะไรบ้าง ที่เราจะใส่ไว้ในหน้าจอ ให้เราเขียนลงไปด้วย html เลยครับ
 
เมื่อได้ html แล้ว ให้เราลองพรีวิวดูครับ เราจะเห็น content ต่างๆ ที่เราเขียนไว้ ให้เราดูครับว่าลำดับ และการให้ความสำคัญ มันสมเหตุสมผลมั้ย ถ้ายัง ให้เราปรับก่อนครับ ขั้นตอนนี้ อย่าลืมคำนึงถึงเรื่อง Sectioning content และ Document Outlines ด้วยนะครับ
 
ให้เราเขียน html โดยดูจากเนื้อหาที่เราได้เตรียมไว้มีอะไรบ้าง ยังไม่ต้องคำนึงถึงการแสดงผล
 

3. กำหนดขนาดแบบ Relative

เมื่อ html โอเคแล้ว ต่อมาให้เราเขียน style sheets ให้กับ html ที่เราเขียนไว้ครับ ขั้นตอนนี้ ให้เราดูภาพที่เราร่างไว้ครับ แล้วเขียน style sheets จนพรีวิวแล้วมีหน้าตาเหมือนกับที่ได้ร่างไว้ครับ ขั้นตอนนี้ เราต้องคำนึงอยู่เรื่องนึง คือการกำหนดขนาดของสิ่งต่างๆ เราต้องกำหนดให้เป็นแบบ relative ซึ่งก็คือการกำหนดขนาดให้สัมพันธ์กับสิ่งที่อยู่ข้างเคียงนั่นเองครับ
 
สิ่งแรกที่เราต้องกำหนดให้เป็นแบบ relative ก็คือ layout นั่นเองครับ หรือที่เรียกกันว่า Fluid Layouts ซึ่งก็คือการกำหนด layout ต่างๆ ให้ความกว้างหน่วยเป็น % คือไม่ได้กำหนดตายตัวเป็น pixel เหมือนแต่ก่อน
 
หลายๆ คน คงเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับ box model ใช่มั้ยครับ สมมติเว็บเรามี 2 คอลัมน์ ซึ่งกำหนดความกว้างไว้ 60% และ 40% ตามลำดับ ถ้าเราได้กำหนด margin หรือ padding เอาไว้ด้วย ผลที่ได้คือ ความกว้างของ 2 คอลัมน์ จะรวมกันเกิน 100% ครับ ปัญหานี้แก้โดยใส่ CSS Rule ตามด้านล่างนี้ครับ
 
*{
    -webkit-box-sizing:border-box;
    -moz-box-sizing:border-box;
    box-sizing:border-box;
}
 
ต่อมาให้เรากำหนดขนาดของ image ให้เป็นแบบ relative ด้วยครับ โดยกำหนดความกว้างเป็น % ให้อิงตาม container ของ image นั้นๆ จากนั้นให้เรากำหนด max-width ให้เป็นความกว้างที่แท้จริงของ image ด้วยครับ ภาพจะได้ไม่แตก เวลา container มีขนาดใหญ่มากๆ
อีกเรื่องนึงที่ควรกำหนดขนาดให้เป็นแบบ relative ก็คือ font ครับ เริ่มจากกำหนดขนาดของ font ที่ body ให้เป็น 100% ซึ่งจะทำให้ขนาดของ font ใน element ต่างๆ ที่อยู่ใน body มีขนาด 100% ทั้งหมด หากเราต้องการกำหนดขนาดของ font ใน element ไหนเป็นพิเศษ ให้เราใช้หน่วย em ครับ ซึ่งหน่วย em นี้หมายถึงจำนวนเท่าของขนาดที่ inherit มาครับ ซึ่งในทีนี้ เราได้กำหนดเป็น 100% จะได้ว่า ถ้าเรากำหนดขนาดเป็น 2 em ก็จะได้ font ขนาด 200% นั่นเองครับ
 

4. หา Breakpoints แล้วเขียน Media Queries

ตอนนี้ หากเราลองพรีวิวดู ที่ความกว้างประมาณ 300px ภาพที่เราอยากเห็นคือการแสดงผลที่ทำให้ User ใช้งานได้ง่ายมากที่สุด ทีนี้ ให้เราลองขยาย viewport จาก 300px ขึ้นเรื่อยๆ ครับ ด้วยการที่เรากำหนดขนาดของสิ่งต่างๆ ให้เป็นแบบ relative แม้เราจะขยาย viewport ให้ใหญ่ขึ้น องค์ประกอบต่างๆ จะยังคงแสดงผลได้ดีอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อเราเพิ่มขนาดขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วพบว่าที่ความกว้างขนาดนี้ เราสามารถปรับองค์ประกอบต่างๆ เพื่อทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นได้ หรือเพื่อความเหมาะสม เราจะเรียกจุดนั้นว่า Breakpoint ให้เราใช้ Media Queries ในการใส่ style sheets สำหรับ Breakpoint นั้นๆ เพื่อที่จะปรับการแสดงผลให้เหมาะสมตรงตามที่เราต้องการครับ หลังจากนั้น ให้เราเพิ่มขนาดของ viewport อีก แล้วหา Breakpoint ต่อไป ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงขนาดที่เราพอใจครับ 
 
เริ่มออกแบบจากหน้าจอที่เล็กที่สุดก่อน แล้วหา breakpoints โดยการค่อยๆ เพิ่มขนาดของ viewport ทีละนิด
 

5. กำหนด Viewport Meta Tag

ขั้นตอนนี้ทำง่ายมากครับ แต่ก่อนอื่น ผมขออธิบายถึงสาเหตุที่เราต้องมากำหนดค่า default settings ของ viewport ด้วย viewport meta tag กันก่อน เรื่องมันมีอยู่ว่า pixels มันมีอยู่ 3 แบบด้วยกันครับ คือ Physical Pixels, CSS Pixels และ Device Pixels
 
Physical Pixels คือ จำนวน pixels จริงๆ ตาม spec ของ Device นั้นๆ ครับ เช่น iPhone3 เท่ากับ 320×480 ส่วน iPhone4 เท่ากับ 640×960 เป็นต้น
 
ส่วน CSS Pixels นั้นจะเป็น pixels ที่ใช้ใน CSS declarations ครับ สมมติเรากำหนด width:320pxหรือ font-size:16px pixels ในส่วนนี้จะหมายถึง CSS Pixels ครับ ซึ่งโดยปกติแล้ว CSS Pixels จะมีค่าเท่ากับ Physical Pixels ถ้าเราไม่ได้ Zoom หน้าจอ แต่ถ้าเรา Zoom เข้า เราจะสังเกตว่า ภาพจะขยายใหญ่ขึ้น นั่นเป็นเพราะว่าเว็บบราวเซอร์จะไปขยาย CSS Pixels ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเองครับ ในทางกลับกัน ถ้าเรา Zoom ออก CSS Pixels ก็จะมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ภาพที่ได้มีขนาดเล็กลงครับ ซึ่งนี่ก็เป็นหลักการเดียวกับการเปลี่ยน Resolution ของหน้าจอ PC ครับ สมมติหน้าจอเรามี Physical Pixels เป็น 1280×1024 หากเราเปลี่ยน Resolution เป็น 1024×768 สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ CSS Pixels นั่นเองครับ
 
ที่ระดับการ Zoom 100% CSS Pixels จะเท่ากับ Physical Pixels
 
ถ้าเรา Zoom ออก CSS Pixels จะเล็กกว่า Physical Pixels
 
ถ้าเรา Zoom เข้า CSS Pixels จะใหญ่กว่า Physical Pixels
 
สุดท้ายคือ Device Pixels ครับ Device Pixels นั้นเป็นเหมือน Pixels จำลอง ที่จะช่วยให้ application สามารถกำหนดขนาดขององค์ประกอบต่างๆ ได้ตรงกับความเหมาะสมในมุมมองของผู้ใช้งาน ซึ่งค่านี้จะไม่ได้เพิ่มตาม Physical Pixels แต่จะเพิ่มตามขนาดของหน้าจอ(Screen size) ครับ
 
สมมติว่า device หนึ่ง มีขนาดหน้าจอเพียงแค่ 5 นิ้ว แต่กลับมี Physical Pixels สูงถึง 1280px ซึ่งพอๆ กับ desktop เลยทีเดียว อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า CSS Pixels จะมีค่าเท่ากับ Physical Pixels ที่ระดับการ Zoom 100% นั่นหมายความว่า หากเราทำ responsive web โดยให้ viewport อิงกับ CSS Pixels แล้วล่ะก็ หน้าตาของมันจะเหมือนกับตอนที่แสดงอยู่บน desktop เลย ทั้งๆ ที่หน้าจอของมันเล็กเพียงแค่ 5 นิ้วเท่านั้น
 
ปัญหานี้สามารถแก้ง่ายๆ ด้วย Device Pixels ครับ ให้เราใช้ viewport meta tag ในการเปลี่ยนให้ viewport หันมาอิงกับ device-width แทน ด้วยการเขียนโค้ดแบบนี้
 
<meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1.0" />
โค้ด html ด้านบน เป็นการกำหนดให้ viewport ของเราใช้ค่า Device Pixels แทน CSS Pixels และยังกำหนดให้ระดับการซูมเบื้องต้นเป็น 100% อีกด้วย ให้เราใส่โค้ดด้านบนนี้เสมอในการทำ Responsive Web Design ครับ 
 

6. เช็คกับ Devices จริงๆ

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ นั่นคือการนำเว็บไซต์ที่เราได้ทำมา ไปลองเปิดดูกับ Devices จริงๆ บางคนอาจสงสัยว่าทำไมผมถึงแนะนำให้ทำขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้าย ทำไมไม่ทำไปเทสไปล่ะ? การทำไปเทสไปนั้นจะไม่จำเป็นเลยครับ ถ้าเรามีการวางแผนการทำงานมาเป็นอย่างดี ถ้าหากเพื่อนๆ เข้าใจในแต่ละขั้นตอนที่ผมได้เล่ามา แล้วทำตามอย่างละเอียดแล้วละก็ เว็บไซต์ของเราจะมีหน้าตาสวยงามในทุกๆ Devices โดยอัตโนมัติเลยครับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นละ? หัวใจของความสำเร็จนั้นอยู่ในขั้นตอนที่ 3 และ 4 ครับ ในขั้นตอนที่ 3 เราได้กำหนดขนาดของทุกอย่างให้เป็นแบบ relative ทำให้ขนาดขององค์ประกอบต่างๆ จะปรับตามขนาดของ viewport โดยอัตโนมัติ ส่วนในขั้นตอนที่ 4 เราได้กำหนด breakpoints ต่างๆ ขึ้นโดยมองจาก content ของเราเป็นหลัก เราเริ่มจากหน้าจอที่เล็กที่สุดก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดของ viewport ทีละนิด พอเจอความกว้าง ณ จุดไหน ที่เราอยากปรับ เราก็กำหนดจุดนั้นเป็น breakpoint แล้วเขียน media queries เพื่อปรับ style sheets ในขั้นตอนนี้ แม้เราไม่ได้เทสกับ devices จริงๆ เลย แต่มันจะสามารถแสดงผลได้อย่างสมเหตุสมผลในทุกๆ devices โดยอัตโนมัติ เนื่องจากสิ่งที่แตกต่างกันในแต่ละ devices ก็คือขนาดของ viewport นั่นเองครับ
 
ในเมื่อบอกว่ามันจะเวิร์คบน devices ต่างๆ โดยอัตโนมัติ แล้วทำไมยังต้องมาเช็คอีก? เพราะสิ่งที่แตกต่างกันในแต่ละ devices ไม่ได้มีแค่ viewport ครับ ยังมีความแตกต่างในเรื่องของ os, browser รวมไปถึงข้อจำกัดบางประการที่แต่ละ devices อาจมีไม่เหมือนกัน ในส่วนนี้ เรายังคงต้องเช็คกับ devices จริงๆ อยู่ครับ แต่อาจเลือกมาเฉพาะ devices ที่เป็นเป้าหมายหลักๆ ก็ได้ครับ
 

เริ่มจาก 0 ไป 100 เสมอ

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากไว้คือ Responsive Web Design ต้องเริ่มจาก 0 ไป 100 ครับ บางคนมีเว็บไซต์อยู่แล้ว แล้วอยากทำ Responsive Web Design ก็เลยเขียนโค้ดเพิ่ม ซึ่งผมไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ เพราะจะเกิดปัญหาหลายๆ อย่างตามมา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาความซ้ำซ้อนของโค้ด scope ของเนื้อหาที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้ถูกออกแบบเอาไว้ตั้งแต่แรก รวมไปถึงความยุ่งยากในการพัฒนา อาจเกิดปัญหาแก้จุดหนึ่ง ไปกระทบอีกจุดหนึ่ง ไม่จบไม่สิ้นได้ครับ การจะทำ Responsive Web Design เราต้องออกแบบมาเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกเริ่มครับ ให้เราใช้เวลาตรงนี้ให้มากๆ รับรองงานออกมาดีแน่นอนครับ

ปฏิวัติงานรับทําเว็บไซต์ ฉีกทุกข้อจำกัด ไอเดียเฉียบล้ำนำสมัย ดีไซน์ก้าวกระโดด เพราะดีไซน์บ่งบอกถึงตัวตน พร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพ รับทำเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ในราคาไม่แพง คุ้มค่า รับทำเว็บไซต์ ให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รองรับติดอันดับ GOOGLE

Iphone

วิสัยทัศน์พันธกิจ รับทำเว็บไซต์

“Professional Standard” คือคำที่ทีมงานใช้ในการสื่อสารและยึดมั่นในการทำงานร่วมกัน หลายปีที่ผ่านมาเราได้รับทั้งคำชื่นชมต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ผลงานและงานบริการที่บริษัทฯ ได้เป็นผู้พัฒนาและ ส่งมอบงานคุณภาพให้กับลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ “งานคุณภาพสูง เหนือความคาดหมาย” และ “ตรงต่อเวลา” ให้กับลูกค้า

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ให้ตรงใจธุรกิจของคุณ และช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีกว่าให้ธุรกิจคุณ ไม่ว่าจะในรูปแบบบริษัท หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลทั่วไป ทางเราเล็งเห็นถึงปัญหาของลูกค้า จึงได้สร้างทีมงานที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์โดยตรงในการ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ มาบริการธุรกิจคุณ

ขั้นตอน รับทำเว็บไซต์

เราไม่ได้แค่ รับทำเว็บไซต์ ตาม Site Map ที่ลูกค้าต้องการ แต่นี่คือ ขั้นตอนและขบวนการทำงานเกี่ยวกับ WEB Development ของเราทั้งหมด
รับทำเว็บไซต์
1.

Requirement (เก็บข้อมูลสำหรับ รับทำเว็บไซต์)

บริษัททำการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ สำหรับใช้ในการทำเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านได้รับดีไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ที่ตรงใจธุรกิจของท่านมากที่สุด และนอกจากนี้ทางเรามีความยินดีที่ จะออกพบท่านนอกสถานที่ หากลูกค้า ต้องการพบกับทีมงานเพื่อขอคำปรึกษา สำหรับรับทำเว็บไซต์

2.

DESIGN (ออกแบบเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร)

รับทำเว็บไซต์ สร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การจดจำธุรกิจ ด้วยทีมงานคุณภาพ มีผลงาน ออกแบบเว็บ มาอย่างยาวนาน ทำให้คุณจะได้รับบริการ ที่ตรงใจคุณที่สุด กับดีไซน์ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร รับทำเว็บไซต์ ตรงใจลูกค้ามากที่สุด เพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

3.

HTML & CSS (รับทำเว็บไซต์ ด้วยเทคนิคสมัยใหม่)

สร้าง Prototype หน้าหลัก และหน้าย่อยต่างๆ ของเว็บไซต์ทั้งหมด รวมถึงหน้าจอที่จะแสดงบนมือถือหรือแท็บเล็ต ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของการ รับทำเว็บไซต์ Web Responsive และ Web Parallax มาผสมผสานกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า และประสบความสำเร็จ ในสายงานธุรกิจของคุณ รับทำเว็บไซต์ ดีไซน์หรู คุณภาพดี

4.

CMS (รับทำเว็บไซต์ พร้อมออกแบบระบบหลังบ้าน)

พัฒนาระบบบริหารและจัดการหลังบ้าน สำหรับทีมทำงาน พร้อมเชื่อมต่อกับ Front Office ด้วยระบบจัดการข้อมูล รับทำเว็บไซต์ ใช้งานง่ายที่สุด ดีที่สุด ครบที่สุด ทรงพลังที่สุด เพื่อให้รองรับและตอบสนอง ต่อการใช้งานในธุรกิจของคุณ รับทำเว็บไซต์ สวยเด่นสะดุดตา โดยทีมงาน รับทำเว็บไซต์ มากประสบการณ์

5.

SEO (รับทำเว็บไซต์ รองรับติดอันดับ Google)

เป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ติดอันดับในผลการค้นหา ของ Search Engine เช่น Google รับทำเว็บไซต์ ปรับแต่งโครงสร้าง และหน้าเว็บไซต์ให้รองรับกับ seo สามารถเจาะ หรือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรง มีความแม่นยำ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งจะมีผลต่อความก้าวหน้า ของธุรกิจโดยตรง

6.

SUPPORT (ให้คำปรึกษาหลังการ รับทำเว็บไซต์)

หลังจากทำการ รับทำเว็บไซต์ ให้กับลูกค้าจนแล้วเสร็จ ทางทีมงานยังมีบริการให้คำปรึกษาหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่มีปัญหา หรือมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบเว็บ หรือต้องการพัฒนาเว็บไซต์ เพิ่มเติมในวันข้างหน้า ลูกค้าสามารถติดต่อขอคำแนะนำ รับทำเว็บไซต์ ได้ตลอดเวลา

ลูกค้าบางส่วนของเรา รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์ มีคุณภาพเห็นผลจริง รับทำเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจ SME รับทำเว็บไซต์ ใช้ต่อยอด ในเชิงธุรกิจ หรือเจ้าของกิจการมือใหม่ อีกระดับของ รับทำเว็บไซต์ เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ รับทำเว็บไซต์ สวยโดดเด่น

ลูกค้า รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : สนามบินสมุย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สนามบินสมุย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

samuiairport.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน)

ajthai.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : สนามบินสุโขทัย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สนามบินสุโขทัย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

sukhothaiairport.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ลีดเดอะ เทรด โปรดักส์ จำกัด

บริษัท ลีดเดอะ เทรด โปรดักส์ จำกัด

leadertrade.net
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)

tmill.co.th
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท เอฟ ที เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด (โปรคลีน)

บริษัท เอฟ ที เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด (โปรคลีน)

procleanth.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท บิสเทค (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท บิสเทค (ประเทศไทย) จำกัด

bistecthai.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : ร้านอาหาร ไหมไทย

ร้านอาหาร ไหมไทย

maithaibenicia.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ฟิลเตอร์วิชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท ฟิลเตอร์วิชั่น จำกัด (มหาชน)

filtervision.co.th
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : สนามบินตราด - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สนามบินตราด - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

tratairport.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

functioninter.com

สนใจใช้บริการ รับทำเว็บไซต์ กับบริษัท ซอฟท์เมลท์ จำกัด? ส่ง ข้อความ

ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์

ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์

ทำเว็บขายของ, ร้านค้าออนไลน์

เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์เพื่อเตรียมต้อนรับ AEC กับเว็บไซต์ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในยุคของโลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว ไม่ต้องลงทุนสูง อีกระดับการเป็นเจ้าของธุรกิจ SME ด้วยตัวคุณเอง ในราคาไม่แพง คุ้มค่า เพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ตรงใจธุรกิจของคุณ

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 9 - การติดตั้งใช้งาน Server บน Google Cloud Platform !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 9 - การติดตั้งใช้งาน Server บน Google Cloud Platform !!!...

Google Cloud Platform คือ บริการ Cloud Services รูปแบบหนึ่งของ Google ที่มีผลิตภัณฑ์และบริ...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 8 - Kubernetes (คูเบอร์เนเตส หรือ K8s) กับการวางระบบ Server ที่ไม่มีวันล่ม !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 8 - Kubernetes (คูเบอร์เนเตส หรือ K8s) กับการวางระบบ Server ที่ไม่มีวันล่ม !!!...

Kubernetes หรือ k8s เป็นซอฟต์แวร์ open source สำหรับใช้จัดการและควบคุม container ที่ทำงาน...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 7 - การเก็บ Docker Image บน Gitlab Container Registry !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 7 - การเก็บ Docker Image บน Gitlab Container Registry !!!...

GitLab Container Registry คือ เป็น feature หนึ่งของทาง GitLab เอาไว้ใช้สำหรับเก็บ containe...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 6 - ขั้นตอนการติดตั้งใช้งาน Docker และ Docker Container !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 6 - ขั้นตอนการติดตั้งใช้งาน Docker และ Docker Container !!!...

Docker นั้น เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากสามารถใช้งานได้...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 5 - Docker คืออะไร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 5 - Docker คืออะไร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง !!!...

เนื่องจากในการพัฒนา application สมัยก่อนทุก application จะใช้ environment เดียวกันซึ่งเป็น...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 4 - การเขียนคำสั่ง Gitlab CI บนไฟล์ .gitlab-ci.yml !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 4 - การเขียนคำสั่ง Gitlab CI บนไฟล์ .gitlab-ci.yml !!!...

การทำ CI ใน Gitlab CI นั้น จำเป็นต้องสร้างไฟล์ .gitlab-ci.yml ไว้ในโฟลเดอร์ของโปรเจ็คซะก่อ...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 3 - การใช้งาน Firebase Hosting !!!

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 3 - การใช้งาน Firebase Hosting !!!

Firebase Hosting คือ ส่วนหนึ่งของบริการ Google Firebase สำหรับใช้ทำเป็น Web Hosting ที่ให้...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 2 - การสร้าง Hybrid App ด้วย Ionic Framework...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 2 - การสร้าง Hybrid App ด้วย Ionic Framework...

Ionic Framework คือ Framework ที่ช่วยให้พัฒนาแค่ครั้งเดียวแต่เราสามารถ Build ให้ออกมาใช้งา...

อ่านต่อ

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร รับทำเว็บไซต์ เพิ่มโอกาสในการขาย ให้ธุรกิจก้าวนำคู่แข่ง รองรับการแสดงผลทุกอุปกรณ์ มีเว็บไซต์สวยงามน่าเชื่อถือ ด้วยทีมงานคุณภาพ ผลงานกว่าพันผลงาน รับทำเว็บไซต์ ตรงใจธุรกิจของคุณ และช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีกว่าให้ธุรกิจคุณ

รับทำเว็บไซต์ ทุกพื้นที่ ทั่วกรุงเทพฯ รับทำเว็บไซต์ รามคำแหง มีนบุรี บางกะปิ รับทำเว็บไซต์ ทวีวัฒนา ดอนเมือง สายไหม รับทำเว็บไซต์ บางขุนเทียน คลองสามวา ประเวศ รับทำเว็บไซต์ สะพานใหม่ สุขุมวิท เกษตร รับทำเว็บไซต์ รามอินทรา วังทองหลาง บางเขน รับทำเว็บไซต์ ลาดพร้าว คลองจั่น นวมินทร์ รับทำเว็บไซต์ สุขุมวิท ห้วยขวาง คลองเตย รับทำเว็บไซต์ พญาไท สาทร ดินแดง ทำเว็บไซต์ ปทุมวัน ราชเทวี รับทำเว็บไซต์ บึงกุ่ม บางนา ภาษีเจริญ ยานนาวา รับทำเว็บไซต์ จตุจักร ตลิ่งชัน สะพานสูง สวนหลวง

ติดต่อ รับทำเว็บไซต์

บริษัท ซอฟท์เมลท์ จำกัด :
1294 ห้อง 3 (เอ) ชั้น 3 ถนนสุทธิสาร วินิจฉัย ซอยอุดมสุข แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
Phone : 086-394-0954
Email : sales@softmelt.com
Line ID : softmelt

กรุณากรอกข้อมูล และหัวข้อ ที่ท่านสนใจทำเว็บไซต์ ทางทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง