Object Intent ตัวกระตุ้นให้ Android Application Component ทำงาน !!!

Android Application ประกอบไปด้วย Components หลักๆ 4 ตัว ได้แก่ Activities, Services, Content Provider และ Broadcast Receivers ซึ่งเราสามารถสั่ง Activate Components เหล่านี้ ผ่าน Messages หรือตามศัพท์ในการพัฒนา Android เรียกว่า Intents  เราสามารถใช้ Intents ในการสั่ง Activate Components ดังกล่าวได้ ไม่ว่า Components ดังกล่าวจะอยู่ใน Application เดียวกัน หรือแม้กระทั่งต่าง Application กัน ก็สามารถทำได้
 
ภายใน Intent Object จะระบุถึง Operation ที่ต้องการจะทำ  ส่วนถ้าเป็นกรณีของ Broadcast Intent Object จะระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับวิธีการส่ง Intent ไปยัง Components ต่างๆเหล่านี้ จะมีวิธีการแตกต่างกันออกไป ดังนี้

ทั้งหมดนี้สามารถสรุปวิธีการกระตุ้นให้ Application Component ทำงาน ได้ดังนี้

  - Application Component ประเภท Activity ถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยการส่ง Object Intent ไปยัง method startActivity ( ) หรือ method startActivityForResult ( )

  - Application Component ประเภท Service ถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยการส่ง Object Intent ไปยัง method startService ( ) หรือ method bindService ( )

  - Application Component ประเภท Broadcast Receiver ถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยการส่ง Object Intent ไปยัง method sendBroadCast ( ) หรือ method sendOrderedBroadCast ( ) หรือ method sendStickyBroadCast ( )

  - Application COmponent ประเภท Content Provider ถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยการใช้ method query ( ) ของ Object ContentResolver

สำหรับในแต่ละกรณีดังกล่าวข้างต้น Android จะพยายามหา Activity, Service หรือ Broadcast Receivers ที่เหมาะสมสำหรับ Intent นั้นๆ

Intent Object
ภายใน Intent Object ประกอบไปด้วยข้อมูลหลัก 2 ส่วน ส่วนแรกสำหรับ Component ที่ได้รับ Intent อาทิเช่น Action และ Data ส่วนที่สองเป็นข้อมูลสำหรับ Android System อาทิเช่น Category ของ Component ที่ควรจะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการกับ Intent นั้นๆ รวมไปถึงข้อมูลวิธีการ Launch Activity

Intent Resolution
เราสามารถแบ่ง Intent ออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

Explicit Intents
ใช้วิธีการระบุชื่อของ Component เป้าหมาย (ระบุผ่าน field Component Name) มักจะใช้สำหรับส่ง Message ภายใน Application เดียวกันเท่านั้น เพราะโดยทั่วไปเราคงไม่รู้ว่า Application อื่นๆ ตั้ง Component Name ไว้อย่างไร แต่ถ้าเรารู้ เราก็สามารถเรียกได้เช่นเดียวกัน

Implicit Intents
วิธีนี้จะไม่ระบุชื่อของ Component เป้าหมาย (ปล่อยให้ file Component Name เป็นค่าว่าง) เรามักจะใช้วิธีการนี้ในการสั่ง Activate Components ที่อยู่ใน Application อื่น


วิธีการตีความสำหรับ Explicit Intents  นัั้น Android จะดูจาก Instance ของ Class ที่ระบุใน field Component Name เป็นหลัก สำหรับ field อื่นๆที่ส่งมาใน Intent จะไม่มีผลใดๆ


วิธีการตีความสำหรับ Implicit Intents จะค่อนข้างหลาย ในกรณีที่ไม่ได้ระบุ Component เป้าหมายชัดเจน Android จะหา Component ที่เหมาะสมที่สุดที่จะมารับหน้าที่ในการ Handle Intent นั้นๆ ซึ่ง Android จะใช้วิธีเปรียบเทียบข้อมูลใน Intent Object กับ Intent Filters (เดี๋ยวจะพูดถึงต่อไป) ของ Component ที่ Android เลือกมา (Component ที่มีแนวโน้มที่จะสามารถรับ Intent ดังกล่าวได้)


Intent Filters เป็นการประกาศความสามารถของ Component ซึ่งก็หมายถึง Intent ที่ Component นั้นจะรองรับได้ อีกที้งการประกาศ Intent Filters ยังเป็นการทำให้ Component นั้น มีคุณสมบัติที่จะรับ Implicit Intent ได้ ถ้าหาก Component ไหนไม่ได้ระบุ Intent Filters ก็จะสามารถรับได้เฉพาะ Explicit Intent เท่านั้น


Android จะใช้ข้อมูลใน Intent Object แค่ 3 ส่วน ได้แก่ action, data (ทั้ง URI และ data type), category ในการเปรียบเทียบกับ Intent Filter

 

Intent Filters

เราระบุ Intent Filters ใน Component เพื่อเป็นการบอกว่า Component นั้น สามารถรองรับ Implicit Intent อะไรได้บ้าง ในแต่ละ Component สามารถมีได้หลาย Intent Filters

แต่ละ Intent Filter จะเป็นการบอกถึงความสามารถของ Component รวมทั้งกลุ่มของ Intents ที่ Component รองรับ Intent Filter จะทำหน้าที่คัดเลือก (filter) เฉพาะ Intent  ที่ต้องการเท่านั้น ซึ่งกระบวนการ filter นี้ จะมีผลกับ Implicit Intent เท่านั้น แต่ไม่มีผลกับ Explicit Content


ในแต่ละ Component มักจะมีการแบ่ง Filter ตามหน้าที่การทำงาน ยกตัวอย่าง Note Pad Application มี Activity ที่ชื่อว่า NoteEditor  Note Pad Application ประกาศ Filters ไว้ 2 ตัว ตัวแรกไว้สำหรับสั่งเปิด Note ที่สร้างไว้แล้ว ซึ่ง User สามารถที่จะ View หรือ Edit ในขณะที่ Filter อีกตัวนึง ทำหน้าที่สร้าง Note ใหม่ ซึ่ง User สามารถพิมพ์ข้อความและสั่ง Save


Intent Filter เป็น instance ของ IntentFilter Class แต่โดยทั่วไปเราจะไม่ได้สร้าง Intent Filters โดยใช้ Java Code เพราะ Android จะต้องรู้ความสามารถของแต่ละ Component ก่อนที่จะ Launch ส่วนใหญ่แล้วเราจึงประกาศ Intent Filter ไว้ใน Application Manifest File (AndroidManifest.xml) โดยประกาศไว้ภายใน element ที่มีชื่อว่า <intent-filter>


Filter แต่ละตัว จะมี fields ที่สอดคล้องกับ fields ใน Intent Object ซึ่งได้แก่ action, data และ category ซึ่งจะใช้ในการเปรียบเทียบกับ Implicit Intent การที่ Intent จะส่งถึง Component ได้นั้น การเปรียบเทียบทั้ง 3 fields ดังกล่าวจะต้องผ่านทั้งหมด ถ้าไม่ผ่านแม้แต่ field เดียว Intent ก็จะไม่สามารถส่งถึง Component ได้ สำหรับ Component ที่มีหลาย Filter ถ้าหาก Filter แรกไม่ผ่าน Android ก็จะข้ามไปเปรียบเทียบตัวถัดมา (ถ้ายังมี)


การเปรียบเทียบทั้ง 3 fields สามารถอธิบายเป็นตัวอย่างได้ดังนี้


Action Test
สมมติว่า <intent-filter> element ใน Manifest File มีการประกาศ  <action> elements ไว้ดังนี้

<intent-filter . . . >     
<action android:name="com.example.project.SHOW_CURRENT" />      
<action android:name="com.example.project.SHOW_RECENT" />      
<action android:name="com.example.project.SHOW_PENDING" />     . . .
</intent-filter>


ในขณะที่ Intent Object ระบุเพียงแค่ Action เดียว แต่ในหนึ่ง Filter เราสามารถประกาศได้หลาย action และต้องมีอย่างน้อย 1 Action ไม่ประกาศเลยไม่ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว Intent จะถูก Block ทั้งหมด

การที่จะผ่านการเปรียบเทียบนั้น Action ที่ระบุไว้ใน Intent Object จะต้องตรงกับ Action อันใดอันหนึ่งที่เราประกาศไว้ ไม่เช่นนั้นแล้ว Intent ก็จะถูก Block ถ้าหาก Intent Object หรือ Filter ไม่ได้ระบุ Action ผลที่ได้จะเป็นดังต่อไปนี้

  - ถ้าหาก Filter ไม่ได้ระบุ Action ใดๆ ก็จะไม่มีอะไรให้ Intent เปรียบเทียบ ซึ่งหมายความว่า Intent ทั้งหมดจะไม่ผ่านการเปรียบเทียบ และ Intent จะถูก Block ทั้งหมด

  - และในทางกลับกัน ถ้าหาก Intent Object ไม่ได้ระบุ Action ก็จะถือว่าผ่านการเปรียบเทียบโดยอัตโนมัติ (ทั้งนี้ filter จะต้องมีอย่างหน้อย 1 Action)

Category Test
สมมติว่า <intent-filter> elements ระบุ categories ไว้ดังนี้

<intent-filter . . . >     
<category android:name="android.intent.category.DEFAULT" />      
<category android:name="android.intent.category.BROWSABLE" />    
. . .
</intent-filter>

สำหรับการเปรียบเทียบ Category การที่ Intent จะถือว่าผ่านการเปรียบเทียบได้นั้น ทุก Category ใน Intent Object จะต้องตรงกับ Category อันใดอันหนึ่งใน Filter

ตามหลักแล้ว Intent Object ที่ไม่ได้ระบุ Category ควรจะผ่านการเปรียบเทียบเสมอ ไม่ว่าใน Filter จะประกาศไว้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นบางอย่างที่เราควรจะรู้ นั่นก็คือ Android จะถือว่า Implicit Intents ที่ส่งผ่าน startActivity() จะมี default category เสมอ นั่นก็คือ "android.intent.category.DEFAULT" ดังนั้น Activity ใดก็ตามที่ต้องการรับ Implicit Intents จะต้องประกาศ "android.intent.category.DEFAULT" ไว้ใน Intent Filters

Data Test
Filter สามารถมีได้หลาย data element หรือ ไม่มีเลยก็ได้

<intent-filter . . . >    
<data android:mimeType="video/mpeg" android:scheme="http" . . . />     
<data android:mimeType="audio/mpeg" android:scheme="http" . . . />    
. . .</intent-filter>

ในแต่ละ data element นั้น เราสามารถระบุ URI และ data type (MIME media type) ซึ่ง Android ได้เตรียม attribute สำหรับแต่ละ part ของ URI ไว้ให้ดังนี้ scheme, host, port และ path

scheme://host:port/path

ยกตัวอย่างเช่น URL ดังต่อไปนี้

content://com.example.project:200/folder/subfolder/etc

scheme="content" , host="com.example.project" port="200" และ path="floder/subfolder/etc"  Host และ Port รวมกันเรียกว่า URI Authority ซึ่ง Attribute ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ optional

การเปรียบเทียบ URI ใน Intent Object กับ URI ใน Intent Filters นั้นจะเปรียบเทียบเฉพาะส่วนของ URI ที่ระบุใน filter เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น


ถ้าหากว่าใน Filter ระบุแค่เพียง scheme จะหมายความว่า URIs ใดที่มี scheme ตรงกับที่ระบุไว้ใน Filter จะถือว่าผ่านการเปรียบเทียบ


ถ้าหากใน Filter ระบุ Scheme และ Authority แต่ไม่ได้ระบุ Path หมายความว่า URLs ใดที่มี Scheme และ Authority ตรงกับที่ระบุ จะถือว่าผ่านการเปรียบเทียบ ไม่ว่า Path จะเป็นอย่างไร


ถ้าหากใน Filter ระบุ Scheme, Authority และ Path หมายความว่า เฉพาะ URIs ที่มี Scheme, Authority และ Path ตรงกับที่ระบุไว้ใน Filter ถึงจะถือว่าผ่านการเปรียบเทียบ

Type Attribute ใน Data Element ระบุถึง MIME type ของ Data เราสามารถใช้ * (wildcard) ใน Subtype field สำหรับ Intent Object และ Filter ได้ ยกตัวอย่างเช่น "text/*" หรือ "audio/*" หมายความว่า Subtype จะเป็นอะไรก็ได้

วิธีการเปรียบเทียบ Data จะเปรียบเทียบทั้ง URI และ Data Type ใน Intent Object  กับ URI และ Data Type ที่ระบุไว้ใน Filter สำหรับกฎในการเปรียบเทียบจะเป็นดังต่อไปนี้

  -1. Intent Object ที่ไม่ได้ระบุ URI หรือ Data Type ถือว่าผ่านการเปรียบเทียบเฉพาะในกรณีที่ Filter ไม่ได้ระบุ URL หรือ Data Type เหมือนกัน

  -2. Intent Object ที่ระบุ URI แต่ไม่ระบุ Data Type ถือว่าผ่านการเปรียบเทียบเฉพาะในกรณีที่ URI ตรงกับ URI ที่ระบุไว้ใน Filter และ Filter นั้นไม่ได้ระบุ Type ไว้เช่นเดียวกัน

  -3. Intent Object ที่ระบุ Data Type แต่ไม่ได้ระบุ URI ถือว่าผ่านการเปรียบเทียบเฉพาะในกรณีที่ Filter ระบุ Data Type ไว้ตรงกัน และไม่ได้ระบุ URI ไว้เช่นเดียวกัน

ปฏิวัติงานรับทําเว็บไซต์ ฉีกทุกข้อจำกัด ไอเดียเฉียบล้ำนำสมัย ดีไซน์ก้าวกระโดด เพราะดีไซน์บ่งบอกถึงตัวตน พร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพ รับทำเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ในราคาไม่แพง คุ้มค่า รับทำเว็บไซต์ ให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รองรับติดอันดับ GOOGLE

Iphone

วิสัยทัศน์พันธกิจ รับทำเว็บไซต์

“Professional Standard” คือคำที่ทีมงานใช้ในการสื่อสารและยึดมั่นในการทำงานร่วมกัน หลายปีที่ผ่านมาเราได้รับทั้งคำชื่นชมต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ผลงานและงานบริการที่บริษัทฯ ได้เป็นผู้พัฒนาและ ส่งมอบงานคุณภาพให้กับลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ “งานคุณภาพสูง เหนือความคาดหมาย” และ “ตรงต่อเวลา” ให้กับลูกค้า

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ให้ตรงใจธุรกิจของคุณ และช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีกว่าให้ธุรกิจคุณ ไม่ว่าจะในรูปแบบบริษัท หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลทั่วไป ทางเราเล็งเห็นถึงปัญหาของลูกค้า จึงได้สร้างทีมงานที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์โดยตรงในการ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ มาบริการธุรกิจคุณ

ขั้นตอน รับทำเว็บไซต์

เราไม่ได้แค่ รับทำเว็บไซต์ ตาม Site Map ที่ลูกค้าต้องการ แต่นี่คือ ขั้นตอนและขบวนการทำงานเกี่ยวกับ WEB Development ของเราทั้งหมด
รับทำเว็บไซต์
1.

Requirement (เก็บข้อมูลสำหรับ รับทำเว็บไซต์)

บริษัททำการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ สำหรับใช้ในการทำเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านได้รับดีไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ที่ตรงใจธุรกิจของท่านมากที่สุด และนอกจากนี้ทางเรามีความยินดีที่ จะออกพบท่านนอกสถานที่ หากลูกค้า ต้องการพบกับทีมงานเพื่อขอคำปรึกษา สำหรับรับทำเว็บไซต์

2.

DESIGN (ออกแบบเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร)

รับทำเว็บไซต์ สร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การจดจำธุรกิจ ด้วยทีมงานคุณภาพ มีผลงาน ออกแบบเว็บ มาอย่างยาวนาน ทำให้คุณจะได้รับบริการ ที่ตรงใจคุณที่สุด กับดีไซน์ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร รับทำเว็บไซต์ ตรงใจลูกค้ามากที่สุด เพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

3.

HTML & CSS (รับทำเว็บไซต์ ด้วยเทคนิคสมัยใหม่)

สร้าง Prototype หน้าหลัก และหน้าย่อยต่างๆ ของเว็บไซต์ทั้งหมด รวมถึงหน้าจอที่จะแสดงบนมือถือหรือแท็บเล็ต ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของการ รับทำเว็บไซต์ Web Responsive และ Web Parallax มาผสมผสานกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า และประสบความสำเร็จ ในสายงานธุรกิจของคุณ รับทำเว็บไซต์ ดีไซน์หรู คุณภาพดี

4.

CMS (รับทำเว็บไซต์ พร้อมออกแบบระบบหลังบ้าน)

พัฒนาระบบบริหารและจัดการหลังบ้าน สำหรับทีมทำงาน พร้อมเชื่อมต่อกับ Front Office ด้วยระบบจัดการข้อมูล รับทำเว็บไซต์ ใช้งานง่ายที่สุด ดีที่สุด ครบที่สุด ทรงพลังที่สุด เพื่อให้รองรับและตอบสนอง ต่อการใช้งานในธุรกิจของคุณ รับทำเว็บไซต์ สวยเด่นสะดุดตา โดยทีมงาน รับทำเว็บไซต์ มากประสบการณ์

5.

SEO (รับทำเว็บไซต์ รองรับติดอันดับ Google)

เป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ติดอันดับในผลการค้นหา ของ Search Engine เช่น Google รับทำเว็บไซต์ ปรับแต่งโครงสร้าง และหน้าเว็บไซต์ให้รองรับกับ seo สามารถเจาะ หรือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรง มีความแม่นยำ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งจะมีผลต่อความก้าวหน้า ของธุรกิจโดยตรง

6.

SUPPORT (ให้คำปรึกษาหลังการ รับทำเว็บไซต์)

หลังจากทำการ รับทำเว็บไซต์ ให้กับลูกค้าจนแล้วเสร็จ ทางทีมงานยังมีบริการให้คำปรึกษาหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่มีปัญหา หรือมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบเว็บ หรือต้องการพัฒนาเว็บไซต์ เพิ่มเติมในวันข้างหน้า ลูกค้าสามารถติดต่อขอคำแนะนำ รับทำเว็บไซต์ ได้ตลอดเวลา

ลูกค้าบางส่วนของเรา รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์ มีคุณภาพเห็นผลจริง รับทำเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจ SME รับทำเว็บไซต์ ใช้ต่อยอด ในเชิงธุรกิจ หรือเจ้าของกิจการมือใหม่ อีกระดับของ รับทำเว็บไซต์ เพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ รับทำเว็บไซต์ สวยโดดเด่น

ลูกค้า รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : สนามบินสมุย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สนามบินสมุย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

samuiairport.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน)

ajthai.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : สนามบินสุโขทัย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สนามบินสุโขทัย - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

sukhothaiairport.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ลีดเดอะ เทรด โปรดักส์ จำกัด

บริษัท ลีดเดอะ เทรด โปรดักส์ จำกัด

leadertrade.net
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน)

tmill.co.th
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท เอฟ ที เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด (โปรคลีน)

บริษัท เอฟ ที เซลล์แอนด์เซอร์วิส จำกัด (โปรคลีน)

procleanth.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท บิสเทค (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท บิสเทค (ประเทศไทย) จำกัด

bistecthai.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : ร้านอาหาร ไหมไทย

ร้านอาหาร ไหมไทย

maithaibenicia.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ฟิลเตอร์วิชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัท ฟิลเตอร์วิชั่น จำกัด (มหาชน)

filtervision.co.th
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : สนามบินตราด - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สนามบินตราด - บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

tratairport.com
ลูกค้า รับทําเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ : บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

functioninter.com

สนใจใช้บริการ รับทำเว็บไซต์ กับบริษัท ซอฟท์เมลท์ จำกัด? ส่ง ข้อความ

ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์

ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ ราคาแพ็คเกจ รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์

ทำเว็บขายของ, ร้านค้าออนไลน์

เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์เพื่อเตรียมต้อนรับ AEC กับเว็บไซต์ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในยุคของโลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว ไม่ต้องลงทุนสูง อีกระดับการเป็นเจ้าของธุรกิจ SME ด้วยตัวคุณเอง ในราคาไม่แพง คุ้มค่า เพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ตรงใจธุรกิจของคุณ

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 9 - การติดตั้งใช้งาน Server บน Google Cloud Platform !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 9 - การติดตั้งใช้งาน Server บน Google Cloud Platform !!!...

Google Cloud Platform คือ บริการ Cloud Services รูปแบบหนึ่งของ Google ที่มีผลิตภัณฑ์และบริ...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 8 - Kubernetes (คูเบอร์เนเตส หรือ K8s) กับการวางระบบ Server ที่ไม่มีวันล่ม !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 8 - Kubernetes (คูเบอร์เนเตส หรือ K8s) กับการวางระบบ Server ที่ไม่มีวันล่ม !!!...

Kubernetes หรือ k8s เป็นซอฟต์แวร์ open source สำหรับใช้จัดการและควบคุม container ที่ทำงาน...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 7 - การเก็บ Docker Image บน Gitlab Container Registry !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 7 - การเก็บ Docker Image บน Gitlab Container Registry !!!...

GitLab Container Registry คือ เป็น feature หนึ่งของทาง GitLab เอาไว้ใช้สำหรับเก็บ containe...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 6 - ขั้นตอนการติดตั้งใช้งาน Docker และ Docker Container !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 6 - ขั้นตอนการติดตั้งใช้งาน Docker และ Docker Container !!!...

Docker นั้น เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากสามารถใช้งานได้...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 5 - Docker คืออะไร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 5 - Docker คืออะไร และมีข้อดีอย่างไรบ้าง !!!...

เนื่องจากในการพัฒนา application สมัยก่อนทุก application จะใช้ environment เดียวกันซึ่งเป็น...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 4 - การเขียนคำสั่ง Gitlab CI บนไฟล์ .gitlab-ci.yml !!!...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 4 - การเขียนคำสั่ง Gitlab CI บนไฟล์ .gitlab-ci.yml !!!...

การทำ CI ใน Gitlab CI นั้น จำเป็นต้องสร้างไฟล์ .gitlab-ci.yml ไว้ในโฟลเดอร์ของโปรเจ็คซะก่อ...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 3 - การใช้งาน Firebase Hosting !!!

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 3 - การใช้งาน Firebase Hosting !!!

Firebase Hosting คือ ส่วนหนึ่งของบริการ Google Firebase สำหรับใช้ทำเป็น Web Hosting ที่ให้...

อ่านต่อ
การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 2 - การสร้าง Hybrid App ด้วย Ionic Framework...

การพัฒนา Project แบบ CI/CD ด้วย Gitlab ตอนที่ 2 - การสร้าง Hybrid App ด้วย Ionic Framework...

Ionic Framework คือ Framework ที่ช่วยให้พัฒนาแค่ครั้งเดียวแต่เราสามารถ Build ให้ออกมาใช้งา...

อ่านต่อ

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร รับทำเว็บไซต์ เพิ่มโอกาสในการขาย ให้ธุรกิจก้าวนำคู่แข่ง รองรับการแสดงผลทุกอุปกรณ์ มีเว็บไซต์สวยงามน่าเชื่อถือ ด้วยทีมงานคุณภาพ ผลงานกว่าพันผลงาน รับทำเว็บไซต์ ตรงใจธุรกิจของคุณ และช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีกว่าให้ธุรกิจคุณ

รับทำเว็บไซต์ ทุกพื้นที่ ทั่วกรุงเทพฯ รับทำเว็บไซต์ รามคำแหง มีนบุรี บางกะปิ รับทำเว็บไซต์ ทวีวัฒนา ดอนเมือง สายไหม รับทำเว็บไซต์ บางขุนเทียน คลองสามวา ประเวศ รับทำเว็บไซต์ สะพานใหม่ สุขุมวิท เกษตร รับทำเว็บไซต์ รามอินทรา วังทองหลาง บางเขน รับทำเว็บไซต์ ลาดพร้าว คลองจั่น นวมินทร์ รับทำเว็บไซต์ สุขุมวิท ห้วยขวาง คลองเตย รับทำเว็บไซต์ พญาไท สาทร ดินแดง ทำเว็บไซต์ ปทุมวัน ราชเทวี รับทำเว็บไซต์ บึงกุ่ม บางนา ภาษีเจริญ ยานนาวา รับทำเว็บไซต์ จตุจักร ตลิ่งชัน สะพานสูง สวนหลวง

ติดต่อ รับทำเว็บไซต์

บริษัท ซอฟท์เมลท์ จำกัด :
1294 ห้อง 3 (เอ) ชั้น 3 ถนนสุทธิสาร วินิจฉัย ซอยอุดมสุข แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
Phone : 086-394-0954
Email : sales@softmelt.com
Line ID : softmelt

กรุณากรอกข้อมูล และหัวข้อ ที่ท่านสนใจทำเว็บไซต์ ทางทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง