รับทําเว็บไซต์ รับทําseo
บทความที่น่าสนใจ

บทความ ที่น่าสนใจ

การหาตำแหน่งด้วย html5 geolocation

    HTML5 มีความสามารถในการหาค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ หรือ Geolocation ของอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าเว็บ กรณีที่เข้าเว็บด้วย Smart Phone หรือ Tablet ที่มี GPS อยู่ในเครื่อง พิกัดที่ได้ก็จะเป็นตำแหน่งที่อ่านค่าได้จาก GPS ของเครื่องเลย แต่หากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่มีระบบ GPS ค่าพิกัดที่ได้จะเป็นการนำค่าบางอย่างเช่น IP Address MAC Address ไปค้นหาตำแหน่งจากฐานข้อมูลอีกทีว่าค่าดังกล่าวมีการบันทึกตำแหน่งพิกัดไว้ที่ใด

     

    แต่เนื่องจาก W3.ORG ผู้กำหนดมาตรฐาน HTML5 เห็นว่า ข้อมูลนี้อาจละเมิดความเป็นส่วนตัว จึงกำหนดให้ผู้ผลิตเบราเซอร์ ต้องแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบก่อนว่า จะมีการอ่านค่าตำแหน่งพิกัด ซึ่งผู้ใช้มีสิทธิที่จะเลือกว่าที่จะส่งค่าตำแหน่งพิกัดของตนหรือไม่ก็ได้ 

     
    การประยุกต์ใช้เทคนิค Geolocation ที่เห็นได้ชัดก็คือ บริการบนโทรศัพท์มือถือรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่ไหน ตรงไหนบนโลกนี้  เปิดแผนที่ปุ๊ป สามารถ Mark จุดได้เลย  หรือบางเว็บไซต์ที่มีการสมัครสมาชิก ก็ได้มีการใช้เทคนิค Geolocation โดยตั้งค่ามาตรฐานให้วิ่งไปที่ จังหวัด หรือ ประเทศที่คนๆนั้นกำลังทำการสมัครอยู่
     

    ตัวอย่าง การแสดงพิกัดแบบ latitude และ longitude

    <html>
    <body>
    <p id="demo">หาตำแหน่งของฉัน</p>
    <button onclick="getLocation()">คลิก</button>
    <script>
     
    var x=document.getElementById("demo");
     
    function getLocation()
      {  if (navigator.geolocation)    {    navigator.geolocation.getCurrentPosition(showPosition);   }
      else{x.innerHTML="Geolocation is not supported by this browser.";}  }function showPosition(position)
      {  x.innerHTML="Latitude: " + position.coords.latitude +   "<br>Longitude: " + position.coords.longitude;      }
     
    </script>
    </body>
    </html>
     
    โค๊ด HTML5 ในการหาพิกัดตามตัวอย่างข้างบนนี้ สามารถใช้หาพิกัด latitude และ longitude โดยเมื่อเรียกแล้ว ในครั้งแรกเบราเซอร์จะถามถึงการอนุญาต share location ก็ให้เรากดแชร์ไป และก็รอสักพัก ข้อมูลต่างๆจะโผล่ขึ้นมาใต้คำว่าตำแหน่งของฉัน:
     

    ตัวอย่าง ในกรณีที่เราต้องการแสดงค่าError หากไม่สามารถหาพิกัดได้ <โดยเติมโค๊ด function showError(error)>

    <html>
    <body>
    <p id="demo">Click the button to get your coordinates:</p>
    <button onclick="getLocation()">Try It</button>
    <script>
     
    var x=document.getElementById("demo");
     
    function getLocation()
      {  if (navigator.geolocation)    {    navigator.geolocation.getCurrentPosition(showPosition,showError);    }
      else{x.innerHTML="Geolocation is not supported by this browser.";}  }
    function showPosition(position)  {  x.innerHTML="Latitude: " + position.coords.latitude + 
      "<br>Longitude: " + position.coords.longitude;     }
     
    function showError(error)
      {  switch(error.code)     {    case error.PERMISSION_DENIED:
          x.innerHTML="User denied the request for Geolocation."
          break;     case error.POSITION_UNAVAILABLE:
          x.innerHTML="Location information is unavailable."
          break;     case error.TIMEOUT:
          x.innerHTML="The request to get user location timed out."
          break;     case error.UNKNOWN_ERROR:
          x.innerHTML="An unknown error occurred."       break;    }  }
     
    </script>
    </body>
    </html>
     
    จากตัวอย่างข้างบนเป็นโค๊ดสำหรับแสดงค่า error ซึ่งจะแสดงให้เห็นค่า error ก็ต่อเมื่อไม่สามารถหาพิกัดได้เท่านั้น 
บทความที่น่าสนใจ

บทความ ล่าสุด

บทความ ความรู้ด้านไอที, คอมพิวเตอร์ Techonlogy, Gadget, ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กับทาง SoftMelt.com